Samba13 ตุลาคม 2545 |
เกริ่นนำSamba คืออะไร บางคนอาจจะรู้จักในชื่อของ service smb หรือชื่อของโปรแกรม smbd ซึ่งก็หมายถึงระบบเดียวกัน นั่นก็คือ ระบบที่ทำงานอยู่บนเครื่อง Linux แล้วทำให้มันเสมือนเป็นเครื่อง Windows NT ทำไมเราจะต้องทำให้เครื่อง Linux เป็นเสมือนเครื่อง Windows NT ล่ะ ก็เพราะว่าระบบ Network ส่วนใหญ่แล้วมีเครื่องลูกข่ายเป็น Microsoft Windows และเรามักจะมีการ share ทรัพยากรกัน เช่น printer, harddisk และอื่นๆ หากมีเครื่อง Linux เพิ่มเข้ามาในระบบ แต่ไม่สามารถใช้ หรือ ให้ใช้ทรัพยากรต่างๆได้ ก็เท่ากับว่า เราไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมันอย่างเต็มที่ บทความนี้จึงอยากจะแนะนำการติดตั้งและปรับแต่ง Samba โดยของยกตัวอย่างต่างๆด้วยระบบ Mandrake 8.1 การติดตั้งโดยปกติแล้วโปรแกรม Samba นี้จะมีให้เลือกตั้งแต่ตอนติดตั้งระบบครั้งแรกเลย แต่ถ้าหากใครไม่ได้เลือกไว้ตั้งแต่ทีแรก ก็สามารถติดตั้งเพิ่มทีหลังได้ โดยเลือก package ที่ชื่อ samba-x.y.z-? โดย x.y.z หมายถึงตัวเลขเวอร์ชัน และ ? หมายถึงส่วนเพิ่มเติมซึ่งอาจจะเป็นอะไรก็ได้ ขึ้นกับว่าเป็น package ของบริษัทไหน เช่นของ Mandrake จะมีคำว่า mdk อยู่ด้วย การติดตั้งนั้น สามารถทำได้หลายวิธี แล้วแต่ใครชอบ คือ
โดยสั่งด้วยคำสั่ง rpm i ไฟล์.rpm สำหรับ Mandrake 8.1 นั้นไฟล์ต่างๆที่จำเป็นจะอยู่ในแผ่นแรก ใน directory /Mandrake/RPMS ซึ่งเราจำเป็นต้องติดตั้ง package อื่นร่วมด้วยคือ samba-common-x.y.z-?.rpm และ samba-client-x.y.z-?.rpm ครับ เมื่อติดตั้งโปรแกรมลงในเครื่องแล้ว สามารถตรวจสอบได้ว่ามี service นี้เพิ่มเข้ามาหรือเปล่า ด้วยคำสั่ง
ซึ่งจะได้ผลลัพธ์ดังนี้
โดยหมายเลข 0, 1, 2, 3, 4, 5, และ 6 นั้นคือ ระดับการทำงานของระบบ
หากเราต้องการหรือไม่ต้องการให้บริการนี้ทำงานอัตโนมัติทุกครั้งที่เปิดเครื่องในระดับใด ก็สามารถสั่งด้วยคำสั่ง chkconfig [--level ตัวเลขระดับ] smb [on|off|reset] เช่นสั่ง
หมายถึง ไม่ต้องการให้บริการ smb ทำงานอัตโนมัติทุกครั้งที่เปิดเครื่องเข้ามาใน text mode และ level 4 Start/Stopเราสามารถสั่งให้บริการนี้ทำงาน หรือหยุดทำงานเมื่อใดก็ได้ด้วยคำสั่งต่างๆดังนี้
เมื่อมาถึงตรงนี้ ผมคิดว่าเครื่อง MS-Windows น่าจะมองเห็นเครื่อง Linux แล้วนะครับ แต่ยังไม่สามารถเข้าใช้ทรัพยากรใดๆได้ เพราะเรายังไม่ share อะไรเลย หากยังมองไม่เห็นก็แสดงว่าน่าจะมีปัญหากับ firewall ครับ โดย firewall จะต้องอนุญาตให้ใช้ port 137,138 และ 139 (NETBIOS) ด้วยครับ ซึ่งวิธีการจัดการ firewall นั้นจะไม่ขอกล่าวในที่นี้ วิธีตรวจสอบ บนเครื่อง Linux ควรจะมองเห็นเครื่อง Windows ทั้งหลายและเครื่องตัวเอง ด้วยคำสั่ง
ซึ่งจะได้ผลลัพธ์ เช่น
added interface ip=192.168.13.1 bcast=192.168.13.255 nmask=255.255.255.0
Anonymous login successful
Domain=[VSL] OS=[Unix] Server=[Samba 2.2.2]
Sharename Type Comment
--------- ---- -------
Download Disk My downloaded file
IPC$ IPC IPC Service (Samba Server 2.2.2)
ADMIN$ Disk IPC Service (Samba Server 2.2.2)
Server Comment
--------- -------
VRSOFTDEV Samba Server 2.2.2
VSLNOTE Acer TravelMate 340 Pentium III 450MHz
Workgroup Master
--------- -------
VSL VRSOFTDEV
Configurationวิธีการ Config นั้นมีด้วยกันสองวิธีคือ จัดการผ่านทางโฮมเพจ และ จัดการแก้ไข config ไฟล์เอง ซึ่ง config ไฟล์นั้นอยู่ที่ /etc/samba/smb.conf วิธีผ่านโฮมเพจนั้นจะใช้ protocol ที่ชื่อว่า SWAT(Samba Web Administration Tool) ซึ่งใช้งานที่ port 901 แต่วิธีนี้จะลบ comment ต่างๆใน config ไฟล์ จึงควรเก็บ config ไฟล์เก่าไว้ก่อน อีกอย่าง การป้อนรหัสผ่าน ผ่านโฮมเพจนั้นจะส่งรหัสผ่านแบบตรงไปตรงมา ดังนั้นผมจึงไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้ผ่านเครือข่ายระยะไกลๆ แต่ถ้าหากเปิดโฮมเพจที่เครื่องนั้นเลย(http://localhost:901) ก็จะปลอดภัยครับ ซึ่งปกติแล้ว Mandrake ก็กำหนดไว้ให้เรียกได้จาก localhost เท่านั้นไว้อยู่แล้วครับ เมื่อเปิดโฮมเพจได้แล้ว หน้าแรกจะมีปุ่มเพื่อเปิดหน้าที่ใช้กำหนดค่าต่างๆ และมี link ไปยังคู่มือการใช้งาน และเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผมคงไม่สามารถจะอธิบายได้ทั้งหมด ขอให้ศึกษาจากเอกสารเหล่านั้นเองนะครับ แต่ผมจะยกตัวอย่างง่ายๆไว้สักอัน เช่น การกำหนด share directory Share Directoryจากหน้าแรกของโฮมเพจ เลือก Share จะปรากฏ Form สำหรับกำหนดการ share directory เราสามารถเลือกชื่อที่มีอยู่แล้ว หรือสร้างขึ้นใหม่ ถ้าต้องการสร้างใหม่ก็ป้อนชื่อที่ต้องการให้มองเห็น เช่น test แล้วกดปุ่ม Create Share ก็จะปรากฏ Form เพิ่มขึ้นเพื่อกำหนดค่าต่างๆของ test ดังภาพ สิ่งที่ต้องกำหนดก็คือ
สรุปใครที่ต้องการใช้เครื่องระดับ server อย่าง Window NT แต่กลัวปัญหาเรื่องความปลอดภัย หรือพวกไวรัสทั้งหลายผมคิดว่า Samba เป็นทางออกหนึ่งที่น่าลองมากนะครับ เพราะเท่าที่ผมเคยอ่านสถิติไวรัสคอมพิวเตอร์ที่พบในปีที่แล้ว(พ.ศ. 2544) นั้น มีมากถึง 5-600 ชนิด ส่วนใหญ่ล้วนเป็นไวรัสบน Microsoft Windows ทั้งสิ้น หากเราหาทางป้องกันเสียก่อน อย่างน้อยก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปได้หลายอย่างไม่ว่าจะต้องซื้อโปรแกรมป้องกันไวรัส, ข้อมูลที่สูญเสียเมื่อติดไวรัส, และเวลาที่ต้องเสียไปในการตรวจสอบแต่ละเครื่อง ซึ่งรวมๆกันทั้งประเทศแล้วก็ถือเป็นมูลค่ามหาศาลทีเดียว แหล่งอ้างอิง |
|
Copyright © 2002-2004 Somchai LIMSIRORATANA. All rights reserved. |